การสอบสัมภาษณ์  

  

  

การหาความรู้เกี่ยวกับงาน

ู้สมัครต้องรู้สภาพของนายจ้างดีกว่าคนทั่ว ๆ ไปรู้ เช่น ขนาดของธุรกิจ จำนวนพนักงานและลูกจ้าง สาขา ประวัติความเป็นมาอย่างย่อ ๆ เขาทำกิจการอะไร เช่น สินค้า การบริหาร ตลาด คู่แข่งขัน โครงการสำคัญ ๆ ความสำเร็จ ต้องแน่ใจว่าข้อมูลที่เตรียมมานี้ ท่านได้ศึกษามาเป็นอย่างดี

วิธีหาความรู้ง่าย ๆ คือ หาเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาอ่าน ติดตามเรื่องของบริษัทที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์ รายงานประจำปี ความเห็นของคนที่อยู่ในสาขางานนั้น ๆ รวมทั้งคู่แข่งด้วย และบรรดาสมาคมทางการค้าที่กิจการนั้นเป็นสมาชิก

หัวข้อประเมินผู้เข้าสัมภาษณ์

อะเล็กซ์ โรเจอร์ ได้กล่าวถึงโครงสร้างของเนื้อหาปลีกย่อยอื่น ๆ ในการสอบสัมภาษณ์คนเข้าทำงานไว้ว่าควรครอบคลุม 7 ด้าน ดังนี้

1.  สุขภาพและสภาพร่างกาย

2.  ความสำเร็จที่ผ่านมา

3.  ความฉลาดในการคิดอ่านและไหวพริบในการโต้ตอบ

4.  ความถนัด

5.  ความสนใจ

6.  กิจกรรมในยามว่าง

7.  เหตุการณ์สำคัญในชีวิต

แต่ละข้อมีรายละเอียดที่ควรเตรียมตัว  ดังนี้

สภาพร่างกาย   ดูจากความแข็งแรง สภาพร่างกายที่ปรากฏ กริยา ท่าทาง ความสามารถในการฟัง สายตา การแต่งกาย น้ำเสียง ฯลฯ แต่มิใช่ว่าจะสำคัญไปหมดทุก ๆ อย่าง ขึ้นอยู่กับว่าตำแหน่งงานที่เปิดรับ และคัดเลือกนั้น ต้องการคุณลักษณะทางกายเป็นพิเศษอย่างไรบ้าง จึงจะทำงานได้ดี

ความสำเร็จ   ดูจากผลการศึกษา และประสบการณ์ที่ผ่านมา

ความฉลาดและไหวพริบ   เป็นสิ่งที่ดูกันยาก อาจมีข้อสัมภาษณ์เชาว์ทดสอบท่านต่างหาก แต่ส่วนใหญ่แล้วจะดูจากความสามารถเข้าใจ และรับสิ่งใหม่ ๆ ได้ และแนวโน้มเรียนรู้งานว่าเร็วหรือช้าเพียงใด

ความถนัด   ดูจากความสามารถที่จะพัฒนาทักษะทางด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงาน เช่น การใช้เครื่องมือ เครื่องกลในการทำงาน ความถนัดทางด้านดนตรี ศิลปะ ความสามารถทางภาษา การคำนวณ ฯลฯ

ความสนใจ   ดูจากประสบการณ์และทักษะที่ผู้สมัครมี ผู้สมัครอาจรู้สึกว่าความสนใจของตนไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน แต่ผู้สัมภาษณ์กลับสนใจที่จะดูสิ่งนั้น ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น ต้องการดูว่ามีทักษะที่จะเป็นประโยชน์กับงานหรือเปล่า ยกตัวอย่างหากผู้สมัครเคยสนใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินให้สโมสรนักศึกษา ก็อาจทำงานเกี่ยวกับงานพัสดุ หรือทำบัญชีได้ดี เป็นต้น

กิจกรรมในยามว่าง   ดูจากวิธีการหาความสมดุลย์ในชีวิตประจำวัน เช่น การกีฬา และงานอดิเรก ว่ามีผลต่องานเพียงใด เช่น หากผู้สมัครเป็นนักกีฬาทีมชาติต้องไปฝึกซ้อมต่างประเทศบ่อย ๆ แต่งานที่ผู้สมัครไว้ไม่เกี่ยวข้องกับงานกีฬา ก็เป็นเรื่องผู้สัมภาษณ์ต้องคิด

เหตุการณ์สำคัญในชีวิต   เป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่งที่จะใช้วัดคน แต่ก็เป็นประโยชน์แก่ผู้สัมภาษณ์มากทีเดียว เช่น ผู้สมัครอาจเคยทำความสำเร็จความล้มเหลวปัญหาที่เคยประสบหรือเหตุการณ์ที่สำคัญในชีวิต สิ่งเหล่านี้อาจมีผลเกี่ยวโยงต่องานที่จะให้ผู้สมัครรับผิดชอบด้วย

นอกจากนี้แล้ว ผู้สัมภาษณ์จะพิจารณา อายุ แหล่งที่อยู่ สภาพครอบครัว สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว อารมณ์ ความเครียด และความก้าวร้าว ซึ่งเป็นตัวชี้ว่าผู้สมัครสามารถทำงานกับผู้อื่นได้ดีหรือไม่เพียงใด มาเป็นเครื่องพิจารณาด้วย อาจจะไม่มีคำถามเฉพาะในเรื่องนี้ แต่ผู้สัมภาษณ์อาจวัดความเหมาะสมได้จากสิ่งอื่น ๆ ที่ผู้ตอบแสดงออกมาประกอบด้วย

เพื่อขจัดความกังวลเกี่ยวการสอบสัมภาษณ์ บางครั้งอาจจะไม่รู้จักเส้นทางที่ตั้งของบริษัทก็สามารถโทรศัพท์สอบถาม คนที่ติดต่อผู้สมัครเข้าสัมภาษณ์ เพราะย่อมรู้เส้นทางดีที่สุด และอาจทำให้เขาสนใจในตัวผู้สมัครมากขึ้นด้วย

หลายคนเตรียมตัวมากกว่าที่กล่าวถึงข้างต้น เช่น ไปยืนสังเกตการณ์ว่า เขาทำงานอย่างไร เลิกงานตอนไหน ได้เห็นสิ่งแวดล้อม และบรรยากาศ เห็นการแต่งกาย เห็นใบหน้าของคนทำงานแต่ละคนว่ามีความสุขดีไหม กลับบ้านกันอย่างไร มีรถรับส่งหรือไม่ ฯลฯ

การปฏิบัติตัวหน้าห้องสอบ

-  การตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ต้องแน่ใจว่าท่านถึงห้องสอบทันเวลา หากมาให้ทันเวลาไม่ได้ให้โทรศัพท์แจ้งผู้สัมภาษณ์โดยด่วน อธิบายเพียงสั้น ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น และจะสายไปนานเท่าไร เป็นต้น

-  ขณะที่ผู้สมัครนั่งคอยเจ้าหน้าที่เรียกตัวเข้าสอบ ให้มองดูรอบ ๆ ตัวอาจได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานได้มากขึ้น เช่น บรรยากาศในการทำงาน ระเบียบวินัย การประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

-  อย่าพยายามชวนเจ้าหน้าที่ หรือเลขานุการ หรือใครต่อใครในสำนักงานคุยนานเกินไป เขาอาจยุ่งไม่มีเวลาว่างและรู้สึกรำคาญ อย่าตื้อสอบถามเกี่ยวกับตัวผู้สัมภาษณ์ สิ่งที่ผู้สมัครทำไปอาจถูกรายงานให้ผู้สัมภาษณ์ทราบ ควรสุภาพอ่อนน้อมต่อทุก ๆ คนที่พบปะ พนักงานท่าทางใจดีที่เจอในลิฟท์และช่วยกดลิฟท์ให้ท่านอาจเป็นประธานบริษัท แทนที่จะเป็นพนักงานประจำลิฟท์ก็ได้

หากผู้สมัครสมัครงานทางจดหมาย ในวันนัดสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่อาจยื่นใบสมัครให้กรอกใหม่ กรณีเช่นนี้ ถ้าผู้สมัครได้เตรียมสาระสำคัญที่ต้องกรอกใบสมัครเอาไว้ก่อนล่วงหน้าตามที่ได้ทำแบบฝึกหัดเอาไว้แล้ว จะทำให้ผู้สมัครกรอกได้ง่ายและไม่เสียเวลา และเป็นภาพที่ดีแก่ตัวผู้สมัครเองด้วย 

ภาษากายในการสอบสัมภาษณ์

ในการสมัครงานส่วนใหญ่ มักจะไม่ใช้การทดสอบทางทัศนคตินี้ เพราะมีค่าความเชื่อมั่นต่ำกว่าแบบทดสอบอื่น ๆ ที่กล่าวมา แต่ถ้าเผอิญคุณไปเจอเข้าก็อย่าได้ตกใจ แบบทดสอบนี้เป็นเพียงการให้คุณแสดงความคิดเห็นในเรื่องสิ่งแวดล้อมรอบตัวบางประการ คำถามก็มักจะเป็นคำถามประเภทอัตนัย ที่เปิดโอกาสของการแสดงความคิดเห็นโดยเสรี ส่วนการตอบก็จงตอบไปตามความคิดเห็นของคุณ ถ้ามีหลักเกณฑ์มาประกอบข้อคิดเห็นด้วยยิ่งทำให้การตอบมีน้ำหนักมากขึ้น แต่ถ้าเป็นคำถามประเภทปรนัยก็มักจะเกี่ยวกับเรื่องความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน และความประหยัด

การทดสอบโดยใช้กิจกรรมกลุ่ม Group Problem Solving

ภาษากายมีความสำคัญในการสอบสัมภาษณ์มาก ในปัจจุบันหลักสูตรการฝึกอบรมด้านการบริหารและการสัมภาษณ์มักบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับ "ภาษากาย" และการแปลความหมายเอาไว้ด้วย

ฉะนั้น ผู้เข้าสอบสัมภาษณ์อย่าพูดโกหก หรือเสแสร้งใด ๆ ถ้าภาษาพูดของผู้สมัครพูดไว้อย่างหนึ่ง ภาษากายของผู้สมัครพูดอีกอย่างหนึ่ง ผู้สมัครจะรู้สึกขัดแย้งในตัวเอง และกรรมการสามารถมองออก

ภาษากายที่เป็นอุปสรรคของการสัมภาษณ์และทำให้ภาษาพูดต้องพลอยเสียไปด้วย คือ อาการขาดความเชื่อมั่นและอาการตื่นเต้น

ผู้สัมภาษณ์ต้องการเห็นผู้สมัครมีความเชื่อมั่น เพราะผู้มีความเชื่อมั่นย่อมตอบคำถามและให้ข้อมูลแก่ผู้สัมภาษณ์ด้วยการแสดงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และโต้ตอบปัญหาต่าง ๆ ได้ ความตื่นเต้นทำให้ผู้สมัครไม่สามารถคิด อ่าน พูด ได้สะดวก

วิธีลดความตื่นเต้นและสร้างความเชื่อมั่น

คือ ก่อนเข้าห้องสอบ ให้เดินไปมาบ้าง เพื่อให้ต่อมอดรีนาลีนทำงาน ผู้สมัครจะรู้สึกคึกคัก และภาษากายจะดูดีขึ้นเสื้อผ้าที่ใช้แต่งในการเข้าสัมภาษณ์ควรเป็นชุดที่สุภาพ สะอาด ดูว่าผู้สมัครให้ความเอาใจใส่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งรูปแบบและสีสันควรเข้ากันได้กับวัฒนธรรมการแต่งกายของพนักงานในหน่วยงานที่ท่านเข้ารับการคิดเลือก

อย่าอัดของเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ กางเกง จนตุง อย่าใส่ทองหยองจนลานตา อย่าใส่เสื้อผ้ามันสะท้อนแสงสีสันต้องสุภาพ ถ้าตาบอดสีให้ถามความเห็นจากคนที่ไม่ได้ตาบอดสีเสียก่อน หน้าตาควรดูสดชื่น เล็บผมสะอาด ไม่มีกลิ่นตัวหรือกลิ่นเหงื่อ ถ้าผู้สมัครเป็นคนพูดโดยยกไม้ยกมือทำท่าประกอบมาก ๆ ไม่ควรสวมชุดคับ ๆ หรือแขนเสื้อเว้ามาก ๆ

ข้อระวัง  อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องกลิ่น กลิ่นเป็นเรื่องของความชอบหรือไม่ชอบเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน ฉะนั้นหากผู้สมัครใช้น้ำหอม ต้องแน่ใจว่ากลิ่นไม่รุนแรง ส่วนกลิ่นแอลกอฮอล์ กลิ่นบุหรี่ กลิ่นกระเทียม ฯลฯ ต้องไม่มีเด็ดขาดผมเผ้า หนวดเคราหวีให้เรียบร้อย ถ้าชุดสวยแต่ผมยุ่งก็เสียราศีไปเยอะ บางตำแหน่งต้องการความพิถีพิถันในบุคลิกและการแต่งกายเป็นพิเศษ

เมื่อถูกเรียกตัวเข้าห้องสอบ ให้หายใจเข้าลึก ๆ ทำใจให้สงบเดินเข้าสอบท่าทางมั่นคงไม่วอกแวก อย่าทำแง้ม ๆ ประตู ลับ ๆ ล่อ ๆ เพราะเป็นลักษณะของคนไม่มีความมั่นใจในตนเอง และต้องมีลักษณะเป็นมิตรยกมือไหว้ทักทาย ถ้าผู้สัมภาษณ์จับมือให้จับอย่างกระชับอย่างจับนานเกินไป ขณะจับมือให้มองหน้าและยิ้มให้

ขณะนั่งอย่าแกะเกา ถ้านำกระเป๋าถือมาด้วย อย่าวางบนโต๊ะสัมภาษณ์ ให้วางบนตักหรือวางใกล้ ๆ ผู้สมัคร แต่ระวังอย่างขวางทางเดิน คนเสิร์ฟกาแฟ สะดุดล้มลงจะเสียคะแนน

ก่อนอื่นผู้สมัครต้องให้เวลากับตัวเองที่จะทำให้ตัวให้สบายเสียก่อนที่จะตอบหรือทำอย่างอื่น การมองรอบ ๆ ห้องจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้บ้าง สบตากับผู้สัมภาษณ์หายใจลึก ๆ เว้นระยะ เตรียมพร้อมที่จะฟังผู้สัมภาษณ์

อย่าพูดจ้อทันที ขณะที่ผู้สัมภาษณ์ยังไม่เริ่มต้น ผู้สัมภาษณ์จะวางแผนการตั้งคำถามผู้สมัครไว้แล้ว จึงควรให้ ผู้สัมภาษณ์เป็นคนเริ่มต้น ให้จำไว้ว่ากรรมการสอบต้องการฟังคำตอบที่ดีที่สุดของผู้สมัคร

ผู้สัมภาษณ์มักเริ่มต้นพูดเรื่องเบา ๆ ให้ผู้สมัครรู้สึกสบายขึ้น เช่น คุยถึงลมฟ้าอากาศ การท่องเที่ยว การเดินทางขอให้ตอบสบาย ๆ อย่าไปเคร่งเครียด ขณะสัมภาษณ์อย่าสูบบุหรี่ เคี้ยวหมากฝรั่ง หรือมีเสียงลูกอมดิ้นขลุกขลักอยู่ในปาก

ท่าทางการนั่งในขณะสอบสัมภาษณ์ให้นั่งสบาย ๆ ไม่ยื่นตัว ไม่ค้ำโต๊ะ นั่งมั่นคง วางแขนไว้ข้างลำตัว อย่านั่งแบบพักผ่อน วางศีรษะนิ่ง อย่าหลบตา แต่อย่าถึงกับจ้องเขม็ง ขณะผู้สัมภาษณ์พูด ให้มองผู้พูดขณะตอบให้กวาดสายตามองกรรมการสอบทุก ๆ คน

ขณะตอบให้สังเกตว่าผู้สัมภาษณ์สนใจฟังผู้สมัครหรือไม่ ถ้าไม่ฟังให้เปลี่ยนจังหวะการพูด คำแนะนำให้ใช้โดยความระมัดระวัง และผู้สมัครจะเสียคะแนนเพราะขาดความสามารถในการเข้ากับคนอื่น

ให้หลีกเลี่ยงการถกเถียงเอาชนะผู้สัมภาษณ์ จะถูกมองว่าเป็นคนที่ทำงานด้วยยาก เพราะผู้สอนไม่ยอมรับในอำนาจของคนอื่น

ให้หลีกเลี่ยงการพูดแดกดันถากถาง ถ้ารู้สึกว่าผู้สัมภาษณ์พูดอะไรเชย ๆ ออกมา ไม่ต้องชมไม่ต้องตำหนิ หรือก้าวร้าวใ ด ๆ ทั้งสิ้น แสดงความเห็นตามปกติว่าผู้สมัครมีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร ถ้าผู้สมัครขึ้นเสียงสูง เสียงแข็ง กรรมการสอบจะตอบกลับไปในลักษณะก้าวร้าวกว่าที่ผู้สมัครแสดงออก

ถ้าผู้สมัครโกรธเพราะผู้สัมภาษณ์พูดจาขัดหู ให้นับสิบก่อนตอบ ให้ตอบช้า ๆ ควบคุมอารมณ์ บางทีกรรมการสอบไม่ได้ตั้งใจให้ผู้สมัครโกรธหรือผิดหวัง และถ้าขอร้องผู้สัมภาษณ์ให้ทวนคำถามใหม่ ผู้สัมภาษณ์อาจจะถามคำถามนั้นให้ง่ายขึ้นก็ได้

อย่าดื่มของเมา เพราะจะควบคุมตัวเองได้ยากกว่าปกติ และอาจพูดอะไรที่ไม่ได้ตั้งใจออกมา

เทคนิคในการพูด

มีตำราเขียนไว้มาก แต่ในการพูดตอบสัมภาษณ์อาจแตกต่างออกไปบ้าง และจำนวนต้องใช้ภาษากายที่ช่วยภาษาพูดให้น่าสนใจมากขึ้น ดังนี้

-  พูดช้า อย่าเอามือป้องปากขณะพูด

-  อย่ากังวลกับการออกเสียงตะกุกตะกักของตัวเอง

-  ตอบง่าย ๆ อย่ายาว พูดเนื้อหาสำคัญ ๆ ควรอ้างข้อมูลที่ตนเองเคยประสบมาสนับสนุนคำตอบ

-  ในตอนแรก ๆ ให้พูดช้า ๆ ระมัดระวัง จนกว่าได้ผ่อนคลายเต็มที่แล้วจึงพูดจาโต้ตอบไปตามธรรมชาติ

-  พูดให้มีระดับเสียงสูงต่ำ เน้นความหนักเบาให้มีชีวิตชีวา - คอยสังเกตผู้สัมภาษณ์ ถ้าเขามีท่าทีเห็นคล้อยตาม เช่น พยักหน้าให้เปลี่ยนน้ำเสียง เน้นความสนใจของเขาอีกครั้งหนึ่ง หรือไม่เช่นนั้นก็ให้เว้นระยะหนึ่งก่อนพูดต่อ

-  ใช้เวลาในการคิดหาคำตอบ แต่อย่านานจนกรรมการทนรอฟังไม่ได้จนต้องพูดแทรกขึ้น

-  อย่าพูดเร็ว ผู้สัมภาษณ์จะเกิดความรำราญ และเป็นผลเสียต่อท่านเอง เพราะการพูดเร็วขาดการควบคุม อาจทำให้พูดเปิดเผยมากกว่าที่ตั้งใจพูด

-  ระมัดระวังในการพูดถึงงานอดิเรกหรืองานพิเศษของผู้สมัคร อย่าให้ผู้ฟังเข้าใจว่าผู้สมัครสนใจงานอดิเรก สนใจรายได้พิเศษมาก จนอาจใช้เวลาทำงานไปสนใจกับงานเหล่านั้น จนงานในหน้าที่ต้องเสียหาย

-  จากผลการศึกษาเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ในอเมริกาพบว่าผู้เข้าสอบที่อยู่ในอุดมคติของผู้สัมภาษณ์ และผู้สัมภาษณ์ อยากได้มาทำงานด้วยมาก ๆ คือ คนที่มีลักษณะเป็นนักฟัง และนักพูด รวมกันอยู่ในตัวลักษณะสมดุลย์ 50:50

-  ในการตอบคำถามแต่ละครั้งควรมีความยาวอยู่ในระหว่าง 20 วินาที ถึง 2 นาที

ก่อนที่จะจบการการสอบสัมภาษณ์

ผู้สมัครสามารถจะแสดงออกถึงความรู้สึกบางอย่าง ในขณะที่ผู้สอบสัมภาษณ์กำลังจะแสดงสัญญาณบางอย่างออกมา....ที่มีความหมายถึง การสิ้นสุดการสอบสัมภาษณ์ได้ แต่ห้ามแสดงความรู้สึกในเชิงต่อต้านออกไป ผู้สมัครจะต้องมีเทคนิคและความรู้สึกที่ดี ในการรู้ถึงเวลาว่า การสอบสัมภาษณ์ได้หมดเวลาลงแล้ว ผู้สอบสัมภาษณ์อาจจะนัดหมายกำหนดการสอบสัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่งก็ได้ อาจจะเป็นเวลาที่เกิดขึ้นมาได้บ่อยครั้งในช่วงของเวลาที่ผู้สมัครกำลังสอบสัมภาษณ์อยู่ว่า ขั้นตอนต่อจากการสอบสัมภาษณ์จะเป็นขั้นตอนอย่างไรและขั้นตอนต่อไปนั้น ผู้สมัครจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ แต่ถ้าหากว่าผู้สอบสัมภาษณ์ไม่เคยกล่าวถึง สิ่งดังกล่าวนี้เลย จงใช้คำถามอย่างมีเทคนิคเพื่อจะได้ทราบ

การติดตามผล

จะต้องมีความมั่นใจว่าสิ่งที่ผู้สมัครจะกระทำนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย จงขอบคุณผู้สอบสัมภาษณ์สำหรับการที่ได้พบปะกัน...เพื่อเน้นจุดประสงค์หลักที่ผู้สมัครได้แสดงออกไปในช่วงเวลาของการสัมภาษณ์...หรือเป็นการกล่าวถึง บางสิ่งบางอย่างที่ผู้สมัครได้ลืมกล่าวออกไปในช่วงเวลาของการสอบสัมภาษณ์ ที่สิ้นสุดลงไปแล้ว จีงกล่าวออกไปเถอะว่าได้เกิดมีความรู้สึกประทับใจอย่างไรบ้างต่อบริษัทที่สมัครงานเอาไว้...ต่อผู้คนที่ได้พบเห็น... หรือแม้แต่ตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่ผู้สอบสัมภาษณ์ได้เสนอให้พิจารณา...ผู้ซึ่งไม่ยอมเสียเวลา นอกเหนือจากจุดประสงค์ ต่อการแสดง ความขอบคุณเพื่อหวังจะได้งานทำแล้วนี้ มันยังจะเป็นการช่วยให้ผู้สมัครรู้จักฝึกฝนสร้างความดีและรู้จักการแสดงมรรยาท ต่อธุรกิจที่ ผู้สมัครได้ทำขึ้นมาในช่วงของการสอบสัมภาษณ์ซึ่งจะทำให้เกิดมีประสบการณ์หลาย ๆ อย่างเพิ่มขึ้นมาอีก